พระบรมสารีริกธาตุ

ภาพที่  4.2  พระบรมสารีริกธาตุ ที่พิพิธภัณฑ์ซ่างจิงของราชวงศ์เหลียว อำเภอปาหลินโจ่วฉี เมืองชื่อเฟิง เขตมองโกเลียใน  ที่มา  :  http://thai.cri.cn/247/2010/06/15/41s176355.htmสำหรับในดินแดนภาคเหนือของไทย ความเชื่อเรื่องปีนักษัตรยังสัมพันธ์กับคติการบูชาพระบรมธาตุ ดังปรากฏเป็นประเพณีการชุธาตุหรือการไหว้พระธาตุประจำปีเกิด โดยครั้งหนึ่งในชีวิตควรมีโอกาสเดินทางไปไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของตนเพื่อความเป็นสิริมงคล

คำว่า พระธาตุ มีความหมายสองนัยคือ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และสถานที่หรือพระเจดีย์ที่มีพระบรมธาตุบรรจุ โดยแต่ละแห่งจะมีตำนานที่เล่ามูลเหตุของการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งสัมพันธ์ กับการเสด็จโปรดสัตว์ของพระพุทธเจ้าในดินแดนต่างๆ สถานที่มีพระบรมธาตุเจดีย์เหล่านี้มักจะกลายเป็นเมืองสำคัญในเวลาต่อมา 

ลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุ ที่บรรยายไว้ในตำนานมีลักษณะเหมือนถั่วแตก หรือข้าวสารหัก หรือเมล็ดพันธุ์ผักกาด กลมเกลี้ยงขนาดเท่าเม็ดพุทรา มีสีทองอุไร สีแก้วผลึก หรือแก้วมุกดา สีดอกพิกุล บางองค์มีรูทะลุได้ 

ตามปกติจะบรรจุพระบรมธาตุไว้ใต้ฐานเจดีย์ หรือเรือนธาตุ โดยส่วนใหญ่ไม่สามารถนำออกมาได้ เว้นแต่พระธาตุศรีจอมทอง และนอกจากการบูชาพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าแล้ว ยังมีการบูชาพระธาตุของพระอรหันต์หรือพระสาวกด้วย 

 การบูชาพระธาตุประจำปีเกิดสมัยโบราณมักจะบูชาพระบรมธาตุ ด้วยเครื่องหอมและข้าวตอกดอกไม้ ตามปกติแล้วจะสรงพระธาตุด้วยน้ำสะอาด อาจเจือด้วยน้ำหอม เนื่องจากองค์พระบรมธาตุส่วนใหญ่บรรจุอยู่ใต้ฐานพระเจดีย์ การสรงน้ำจึงกระทำโดยการราดน้ำไปบนองค์พระเจดีย์ พระธาตุบางองค์จะต้องใช้น้ำจากแหล่งพิเศษอย่างเช่นการสรงน้ำพระธาตุศรีจอมทอง ใช้น้ำแม่กลางเจือด้วยน้ำหอมหรือแก่นจันทร์ น้ำสรงที่ใช้กับองค์พระเจดีย์วัดพระธาตุดอยสุเทพก็ใช้น้ำพิเศษเช่นเดียวกับวัดพระธาตุศรีจอมทอง

คติการบูชาพระธาตุปีเกิดและตำนานที่เกี่ยวข้องสะท้อนถึงการแพร่กระจายของพุทธศาสนา ในดินแดนไทยมาแต่โบราณ นอกจากนี้การสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ยังสัมพันธ์กับการเกิดชุมชนเมืองต่างๆ อันก่อให้เกิดคติความเชื่อและวัฒนธรรมร่วมกันของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ โดยเฉพาะในภาคเหนือของไทยที่มีกลุ่มชนมากมายอาศัยอยู่ โดยมีพระบรมธาตุเจดีย์และสิ่งสำคัญทางพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางแห่งจิตใจ

การเดินทางท่องเที่ยวไหว้พระธาตุปีเกิดมีความสะดวกเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพระธาตุส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในภาคเหนือ จึงสามารถจัดเส้นทางสำหรับไหว้พระธาตุในจังหวัดใกล้เคียงได้ เช่น เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง เชียงราย-น่าน-แพร่ เป็นต้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้อิ่มใจในบุญกุศล แต่ยังมีอานิสงค์ได้ชมศิลปะและสถาปัตยกรรมอันงดงามของแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย 

 ในหนังสือของดีจากปั๊บสา (2543) พระธาตุประจำปีเกิด มีดังนี้

 คำกล่าวบูชาพระบรมสารีริกธาตุมีดังนี้


 อะหัง วันทามิ ธาตุโย
 อะหัง วันทามิ ทูระโต

 อะหัง วันทามิ สัพพะโส


 คำนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพมี 5 บท ดังนี้

 ภาพที่  4.3  พระบรมสารีริกธาตุสัณฐานเมล็ดถั่ว เมล็ดงาดำ งาขาว และเมล็ดข้าวสาร
ที่มา  :  สำนักปฏิบัติธรรมศิริธรรม (ถ้ำชี) ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี

  ภาพที่  4.4  พระธาตุกระดูกหัวสะบ้า ของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ตัวอย่างการเกิดพระธาตุในยุคนี้
ที่มา  :  โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่