การอนุรักษ์โบราณสถานองค์พระบรมธาตุเจดีย์

ภาพการซ่อมแซมองค์พระเจดีย์ มองในมุมกว้างจากกรณีสำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ตรวจพบความเสี่ยงทรุดพังขององค์พระบรมธาตุดอยสุเทพ เนื่องจากภายในมีความชื้นสะสม จากการหารือกับวัดจัดตั้งคณะกรรมการร่วมผู้เชี่ยวชาญจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะจะต้องสรุปความชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างภายในองค์พระบรมธาตุก่อน รวมทั้งงบประมาณที่จะดำเนินการ เพราะโครงสร้างนั้นเป็นส่วนที่จะต้องใช้งบประมาณสูงมากกว่าส่วนอื่นๆ เพราะมีความเสี่ยงเรื่องของความลาดเอียงของพื้นดิน หากฝนตกหนักจะยิ่งเสี่ยงมาก จึงต้องศึกษารายละเอียดองค์พระบรมธาตุอย่างชัดเจน เบื้องต้นกรมศิลปากรจะดำเนินการเพื่อเสนอเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในโอกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา แต่จำนวนงบประมาณยังไม่สามารถระบุได้ เพราะต้องสรุปความชัดเจนทั้งหมดก่อน อย่างไรก็ตามหากมีการบูรณะก็คงจะต้องใช้เวลามากถึง 6 เดือน จึงจะเสร็จสมบูรณ์ งบคาดว่าประมาณ 150 ล้านบาท

ฤกษ์บูรณะวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาองค์พ่อหลวง ทุ่มงบ 150 ล้านบาท บูรณะครั้งใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ขณะทำการบูรณะศรัทธาสาธุชน สามารถขึ้นไปสักการะได้ตามปกติทุกวัน

 

หลังจากที่คณะกรรมวัดพระธาตุดอยสุเทพ ได้มีมติให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ องค์พระธาตุดอยสุเทพเพื่อให้เกิดความแข็งแรงทนทาน การดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระเจดีย์พระบรมธาตุดอยสุเทพ ดำเนินโดยบริษัทช่างรุ่ง คอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับเหมาดำเนินการ ทำกำแพงแก้ว รางน้ำ และทำนั่งร้านขึ้นสำรวจเพื่อการบูรณะองค์พระเจดีย์ โดยมีคณาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาร่วมออกแบบและตรวจสอบแบบต่างๆ และได้ส่งไปขออนุมัติที่กรมศิลปากร โดยจะคงรูปแบบเดิมไว้ทุกประการ โดยเฉพาะยอดพระเจดีย์จะให้กรรมการตรวจสอบก่อนบูรณะ สำหรับประชาชนทั่วไปยังสามารถขึ้นไปสักการะวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวร วิหารได้ทุกวัน เพราะการบูรณะไม่ได้กีดขวาง และทำในรั้วพระธาตุเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความแข็งแรงทนทานและความสวยงามคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ในโอกาสต่อไป.

กรมศิลปากรดำเนินการบูรณะองค์พระธาตุใน 3 ส่วนด้วยกัน คือ 

  1. การบูรณะบริเวณองค์พระธาตุ ซึ่งจะเปิดแผ่นทองจังโกรอบองค์พระธาตุออกทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนแผ่นทองจังโก และเสริมโครงสร้างองค์พระธาตุให้มั่นคง เนื่องจาก ชั้นในขององค์พระธาตุมีความชื้น ปูนขาวที่ใช้ฉาบเปื่อยยุ่ยเป็นผงละเอียด และตะปูสังฆวานรโบราณยึดติดองค์พระธาตุหลุด   
  2. การแก้ปัญหาพื้นที่ลาดเอียง 45 องศาทางด้านทิศเหนือ โดยเสริมความมั่งคงให้กับพื้นที่บริเวณดังกล่าว เนื่องจากเวลาฝนตกหนักพื้นที่บริเวณนี้จะอุ้มน้ำและมีปริมาณน้ำใต้มาก จึงส่งผลให้ดินอ่อน ทั้งนี้หากไม่แก้ไขอาจจะกระทบต่อโครงสร้างและทำให้องค์พระธาตุพังทลายได้ นอกจากนี้จะติดตั้งเครื่องวัดวัดความชื้น เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนหากแผ่นดินไหว     
  3. การบูรณะในส่วนของอาคารต่างๆ บริเวณโดยรอบองค์พระธาตุและระบบระบายน้ำทั้งหมด 

การดำเนินการบูรณะองค์พระธาตุในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลา 10 เดือนใช้งบประมาณ 100 ล้านสำหรัภาพการซ่อมแซมองค์พระเจดีย์ มองจากมุมล่างขึ้นบนบประชาชนที่จะเดินทางไปสักการะสามารถบูชาได้บริเวณรอบนอกองค์พระธาตุ

หลังจากมติที่ประชุมได้ฤกษ์บูรณะวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาองค์พ่อหลวง และใช้งบประมาณ 150 ล้าน บูรณะครั้งใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ขณะทำการบูรณะศรัทธาสาธุชน สามารถขึ้นไปสักการะได้ตามปกติทุกวัน

ในการบูรณะซึ่งถือว่าเป็นการบูรณะหรือซ่อมใหญ่ที่สุดโดยกำหนดจะทำการซ่อมและบูรณะพระบรมธาตุให้สอดคล้องเพื่อรองรับการเกิดแผ่นดินไหวในวันที่ 4 มิถุนายน 51โดยเบื้องต้นในวันที่ 4 มิถุนายน 51 ดำเนินการตัดยอดพระธาตุหรือปลียอดพระธาตุออกก่อน และอัญเชิญยอดพระธาตุมาเก็บรักษาไว้

การตัดปรียอดหรือยอดพระธาตุ นั้นได้จัดให้มีพิธีขอเขมาขออนุญาตซ่อมใหญ่ให้มั่นคงสอดคล้องรองรับการเกิดแผ่นดินไหว หลังจากทำพิธีตัดยอดและขอเขมาแล้วก็ทำการบูรณะทันทีโดยกำหนดแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนหรือประมาณ 180 วัน สำหรับบริเวณรอบพระธาตุดอยสุเทพจัดสร้างท่อระบายอากาศจากพื้นรอบฐานเพื่อให้มีการระบายความชื้นออกไปจำนวน 200 ท่อ และบริเวณพื้นที่มีการปูหินแกรนิตรอบพระธาตุเราก็จะรื้อออกทั้งหมดและเปลี่ยนเอากระเบื้องดินเผาปูใหม่หมดโดยทั้งสามส่วนทำพร้อมกันดังนี้

  •  ส่วนที่ 1 เริ่มที่จุดพระธาตุก่อนเพื่อความมั่นคงแข็งแรง 
  •  ส่วนที่ 2 คือเจาะรูระบายความชื้นฝังท่อ 200 ท่อ และปูกระเบื้องเคลือบดินเผา  

สำหรับช่างผู้รับเหมาในการดำเนินการทั้งหมดได้มอบหมายให้ นายรุ่ง จันทร์ตาบุญ สล่าแห่งล้านนาดำเนินการบูรณะซ่อมแซมทั้งหมด ภายใต้การควบคุมของกรมศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่

ประกอบกับฝนตกหนักมีลมแรงและในหลวงท่านได้ทรงพระดำรัสเตือนเรื่องแผ่นดินไหวทางกรมศิลปกรและมูลนิธิพระบรมธาตุตระหนักในเรื่องนี้อย่างมากจึงได้ตัดสินเพื่อจะดำเนินการบูรณะซ่อมพระธาตุดอยสุเทพให้แข็งแรงมั่นคงเพื่อรองรับการเกิดแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นตามมาในภายภาคหน้า

จากการสังเกตพื้นบริเวณรอบองค์พระธาตุเจดีย์ ซึ่งทางวัดได้ปูด้วยหินแกรนิต ทำให้การระบายน้ำและความชื้น เป็นไปด้วยความลำบาก จึงทำให้องค์พระธาตุได้รับความเสียหายเพราะไม่มีที่ระบายน้ำที่เพียงพอของความชื่นและปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา ก่อนทำการปูพื้นด้วยหินแกรนิตต้องคำนึงถึง สภาพของดินบริเวณนั้นก่อน สภาพดินรอบวัดพระธาตุดอยสุเทพเป็นดินร่วน เวลาโดนน้ำแล้วจะอุ้มน้ำไว้ได้นานกว่าที่อื่นจึงเป็นเหตุของการเสื่อมสภาพดินได้ง่าย การปูพื้นด้วยหินแกรนิต หรือหินอ่อนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย พื้นที่จะปูต้องได้ระดับก่อน และต้องทำให้พื้นที่ จะปูให้มีผิวหน้าหยาบและขรุขระ ต่อจากนั้นก็ราดน้ำให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้ประมาณ 48 ชั่วโมง จากนั้นก็เทปูนทรายที่ไม่เหลวจนเกินไปรองพื้นก่อนแล้วจึงปูหินอ่อน หรือแกรนิตลงไปให้ได้แนว และกดหินให้ ติดแน่นกับปูน เพื่อให้ได้ระดับที่เสมอกันทุกแผ่น จากการบูรณะรอบองค์พระเจดีย์ ภายหลังใช้กระเบื้องเคลือบปูพื้นแทนหินอ่อน ซึ่งมีข้อเปรียบเทียบหินแกรนิตและกระเบื้องเคลือบดังนี้

 พื้นหินขัดมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดี ดูแลรักษาง่าย ราคาไม่แพง มีลูกเล่น สามารถออกแบบให้มีลวดลาย และสีสันได้มาก ไม่มีรอยต่อ
  • ข้อเสีย ดูแข็งกระด้าง จะลื่นเมื่อเวลาโดนน้ำ การทำค่อนข้างยุ่งยาก เป็นงานเปียก ทำให้เลอะเทอะ เวลาแตกร้าว ซ่อมแซมยาก

หินอ่อนมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดี ดูสวยงามภูมิฐาน มีสีสันให้เลือกมากมาย ดูแลเป็นธรรมชาติ กันน้ำได้ดี ไม่ผุกร่อน มีรอยต่อน้อย
  • ข้อเสีย ใช้ได้เฉพาะภายในบ้าน และควรอยู่ในส่วนที่ไม่โดนรอยขีดข่วน มีผิวอ่อน บางชนิดมีราคาแพง

 หินแกรนิตมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดี มีความแข็งแกร่ง ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดี ใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน ดูแลรักษาง่าย มีความหรูหราน่าภูมิฐาน
  • ข้อเสีย มีราคาค่อนข้างแพง ทำเป็นลวดลายค่อนข้างยาก เพราะมีความแข็ง มีสีสันให้เลือกน้อย

 พื้นกระเบื้องเคลือบดินเผามีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  •  ข้อดี คือ มีความแข็งแรง มีแบบและสีสันให้เลือก มากมาย ราคาไม่แพง ดูแลรักษาง่าย
  •  ข้อเสีย คือ มีรอยต่อของแผ่นมาก ดูแข็งกระด้าง ไม่นิ่มนวล จะลื่นเมื่อโดนน้ำ และถ้าโดนของแข็งหล่นทับ อาจแตกร้าวได้

นอกจากนี้เวลาปูพื้นด้วยหินหรือกระเบื้องเคลือบดินเผา ต้องคำนึงถึง ความระบายความชื้นของดินบริเวณนั้นให้มากเพราะจะเป็นสาเหตุของการทรุดพังของสถาปัตยกรรมในภายหลังได้

 ภาพที่  4.29  ทองจังโก สลักดุนลวดลายประจำยามก้านขดสรุปการบูรณะพระบรมธาตุดอยสุเทพ มีข้อมูลดังนี้ พ.ศ. 2551 กรมศิลปากรดำเนินการสำรวจ พ.ศ. 2552 ได้รับงบประมาณ 107.0 ล้านบาท ดำเนินการบูรณะเสริมความมั่นคงองค์พระธาตุ (14.5 ล้านบาท) ติดตั้งเครื่องวัดการเคลื่อนตัวของลาดดินเชิงเขารอบวัด 4.3 ล้านบาท ปรับปรุงเสถียรภาพของลาดดินเชิงเขา ระยะที่ 1 ทิศเหนือโซน A 45.4 ล้านบาทเศษ ทำคู่มือการจัดการพื้นที่ในอนาคต 1.8 ล้านบาท และบูรณะวิหาร 4 ทิศระเบียงคตโดยรอบ 24.8 ล้านบาท นอกจากนั้นในปี 2553 ยังได้รับงบ 77.1 ล้านบาทเศษปรับปรุงเสถียรภาพของลาดดินเชิงเขาระยะที่ 2 โซน B ส่วนนี้คาดจะแล้วเสร็จปลายเดือนธันวาคม 2553 ทองคำที่ได้รับบริจาคมีทั้งหมด 600 บาท (น้ำหนัก)ได้ใช้ในการสร้างระฆังไป 56 ใบๆละ 5 บาท นอกนั้น ใช้ทำแผ่นทองแบบฉัตรรอบยอดเจดีย์ และส่วนประกอบอื่นๆ พระเทพวรสิทธาจารย์ ตั้งใจจะใช้ทอง น้ำหนัก 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทหนักทอง บาทละ 15.2 กรัม) มาเสริมส่วนต่างๆ ตั้งแต่ปลียอดลงมา แต่ปัจจุบันยังขาดอีกประมาณ 400 บาท

หลังการบูรณะมากว่า 1 ปี ระหว่างวันที่ 18–21 พฤศจิกายน 2553 องค์พระธาตุหลังการบูรณะทองเปล่งประกายอร่ามสวยงาม หลังช่างได้ทำการรื้อโครงเหล็กนั่งร้านเป็นที่เรียบร้อย วันที่ (18 พ.ย.) 14.00 น. เริ่มพิธีบวงสรวงยื่นโยงโองการฉลองสมโภชองค์พระบรมธาตุฯ ภายหลังจากวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมองค์พระธาตุดอยสุเทพ ที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ซึ่งบัดนี้ผ่านพ้นมาจวบจนการบูรณะซ่อมแซมองค์พระธาตุแล้วเสร็จแล้ว คณะสงฆ์โดยพระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะภาค 7 และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ กำหนดประกอบพิธียื่นโยงโองการฉลองสมโภชองค์พระบรมธาตุ หลังการบูรณะครั้งใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว ในระหว่างวันที่ 18-21 พฤศจิกายน 2553 โดยกำหนดการในการสมโภช องค์พระบรมธาตุมีดังนี้

  • วันที่ 18 พฤศจิกายน เวลา 14.00 น. นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธี สักการะพระบรมธาตุ ทำการรื้อนั่งร้านรอบองค์พระธาตุ พระครูอดุลย์ศีลกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดธาตุคำ กล่าวยื่นโยงโองการ และพิธีบวงสรวงสังเวยเทพยดาอารักษ์ที่ปกปักษ์รักษาองค์พระบรมธาตุ
  • วันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ประธานฝ่ายสงฆ์ พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ผบช.ภ. 5 ประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีสักการะพระบรมธาตุ ห่มผ้าพระบรมธาตุ พระสงฆ์มหาเถระเจริญพระพุทธมนต์สมโภช บ่ายมีพิธีบรรพชาอุปสมบทถวายพระบรมธาตุ
  • วันที่ 20 พฤศจิกายน เวลา 14.00 น. พระสงฆ์ 108 รูปทักษิณานุปทาน ทอดผ้าบังสุกุล เวลา 17.19 น. พระสงฆ์ 84 รูปเจริญพระพุทธมนต์ (สวดมนต์ตั๋น) อบรมสมโภชพระบรมธาตุ ค่ำมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม จุดบั้งไฟดอก พลุ ปล่อยโคมลอย เวลา 21.00 น. มีแสดงพระธรรมเทศนาปฐมสมโภชพุทธาภิเษกและธัมมจักกัปวัตนสูตร พร้อมสวดเบิกจนถึงวันใหม่มีพิธีกวนข้าวทิพย์
  • วันที่ 21 พฤศจิกายน รุ่งเช้าเวลา 06.30 น. ทำบุญตักบาตรเป็นเสร็จพิธี

อนึ่งภูมิปัญญาของคนโบราณในการสร้างเจดีย์ขึ้นมานั้น จะเห็นได้ว่าเจดีย์มีความมั่นคงแข็งแรงอยู่ได้หลายร้อยปี หากไม่มีใครไปรบกวน ส่วนเจดีย์ที่ถูกทิ้งร้างหากคนไม่ไปเจาะทำลายหาวัตถุมงคล ก็จะอยู่อย่างมั่นคงแข็งแรงสู้ลมสู้ฝนได้อย่างมั่นคง แต่เจดีย์ร้างที่พังทลายให้เห็นก็เพราะฝีมือคนที่เข้าไปทำลายเอง  ภาพที่  4.30  ทองจังโกสลักดุนลวดลายประจำยามก้านขด

ครั้งที่กรมศิลปากร ได้ให้ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำรวจองค์พระธาตุของวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เพื่อทำการบูรณะครั้งใหญ่ โดยต้องเปิดทองจังโกที่ห่อหุ้มองค์พระธาตุมายาวนานกว่า 627 ปีออก เพื่อผึ่งแดดให้ภายในแห้งและฉาบปูนใหม่ลงไปทั้งองค์ จะใช้ระยะเวลาการบูรณะถึง 300 วัน 

แต่ปรากฏว่าเมื่อลงมือดำเนินการเจาะฝังหมุดมงคลจำนวน 108 จุด รอบๆองค์พระธาตุ ทางช่างล้านนาที่ดำเนินการพบว่า สภาพภายในองค์พระธาตุยังอยู่ในส่วนที่มั่นคงแข็งแรง จึงได้แจ้งให้ทางพระเทพวรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯทราบ จนต้องมีการทบทวนใหม่    

หลังจากที่ได้มีการเสนอข่าวในเรื่องการบูรณะองค์พระธาตุ โดยจะทำถึงขั้นนำทองจังโกที่ประดับรอบองค์พระธาตุทั้งองค์ออก มีชาวพุทธสานิกชนจำนวนมากไม่เห็นด้วย ที่จะให้เปิดทองรอบองค์พระธาตุออก เหมือนเป็นการเปลือยพระธาตุทั้งองค์ให้เห็นเนื้ออิฐข้างใน ซึ่งชาวบ้านได้เห็นความงดงามทองอร่ามทั้งองค์

 ภาพที่  4.31  ทองจังโกสลักลายพญานาคที่มุมฐานบัวหงาย

มาหลายชั่วอายุคน 

แต่ถ้ามาเห็นสภาพขององค์พระธาตุฯ ในลักษณะเป็นอิฐทั้งองค์จะสร้างความหดหู่ใจมาก โดยยกตัวอย่างเหมือนเห็นพระภิกษุสงฆ์ที่ครองจีวรดูเหลืองงามตา แต่เมื่อถูกถลกผ้าจีวรออกหมดเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน ก็จะไม่งามตามและอาจจะถึงขั้นคลายความเคารพบูชาลง เช่นเดียวกับองค์พระธาตุ หากภาพที่ออกมาไร้ทองปกปิด ก็อาจจะเกิดวิกฤตศรัทธาขึ้นได้

 นอกจากนี้องค์พระเจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองหรือที่เรียกกันว่าทองจังโก และมีลวดลายที่เป็นปริศนาทิ้งไว้นั้นคือ สลักลวดลายประจำยามก้านขด สลักลายรูปพระพุทธเจ้า ลวดลายประกอบภาพสิบสองนักษัตร และลายพญานาคที่มุมฐาน

 ก่อนทำการปิดทองจังโกพระธาตุอื่นต้องคำนึงถึงวิธีระบายความชื่นขององค์พระธาตุดอยสุเทพ เป็นกรณีตัวอย่าง เพราะจะทำให้ทราบวิธีที่จะปิดทองจักโก ห่อหุ้มองค์พระเจดีย์ ได้อย่างถูกต้องพร้อมกับอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมให้อยู่คงนานตราบเท่าชั่วลูกชั่วหลาน

 

หมายเหตุ :

ที่มารูปภาพ   :  วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

 
You are here: Home การอนุรักษ์โบราณสถานองค์พระบรมธาตุเจดีย์